เกิดอุบัติเหตุระทึกกลางสายฝน บนถนนสุขุมวิท จ.ระยอง หลังรถบรรทุก 6 ล้อของทหารในขบวนเดินทางกลับจากภารกิจชายแดน เกิดเสียหลักพลิกคว่ำ
เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แกลง จ.ระยอง ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถชนซ้ำซ้อน บนถนนสุขุมวิท ฝั่งขาเข้าอำเภอแกลง บริเวณ ต.ทุ่งควายกิน อ.แกลง จ.ระยอง ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง
หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยเร่งเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุก 6 ล้อของทหารพลิกคว่ำตะแคงอยู่บริเวณเกาะกลางถนน ข้าวของสัมภาระและอุปกรณ์ทางทหารกระจัดกระจายเต็มพื้นผิวจราจร
จากการตรวจสอบพบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีรถทหารได้รับความเสียหาย 2 คัน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 21 นาย แบ่งเป็นบาดเจ็บเล็กน้อย 20 นาย และบาดเจ็บสาหัส 1 นาย โดยผู้บาดเจ็บทั้งหมดถูกนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษา
สอบถามพลทหารที่โดยสารมากับรถคันแรก เปิดเผยว่า ขบวนรถทหารทั้งหมด 3 คัน กำลังเดินทางกลับจากภารกิจบริเวณชายแดน จ.จันทบุรี มุ่งหน้ากลับค่ายใน จ.ชลบุรี โดยมีทหารเดินทางมาทั้งหมด 64 นาย ระหว่างทางมีฝนตกต่อเนื่อง

ขณะเกิดเหตุ ตนกำลังพักผ่อนอยู่ภายในรถ ก่อนจะรู้สึกว่ารถเริ่มเสียหลัก ส่ายไปมา และพลิกคว่ำลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ทหารที่อยู่ภายในรถได้รับบาดเจ็บ
จากนั้นไม่นาน รถทหารคันที่ 2 ซึ่งขับตามหลังมา เกิดเสียหลักเนื่องจากถนนลื่น ก่อนพุ่งชนรถตู้ทึบที่จอดอยู่ริมทาง ทำให้แรงกระแทกส่งผลให้พลทหาร 2 นายตกจากรถ โดยมี 1 นายได้รับบาดเจ็บสาหัส
ด้าน นายแม่น อายุ 33 ปี พยานผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะจอดรถอยู่บริเวณหน้าบ้านใกล้จุดเกิดเหตุ ได้ยินเสียงดังสนั่น จึงรีบออกมาดู พบว่ารถทหารคันแรกพลิกคว่ำอยู่แล้ว ก่อนเห็นรถทหารอีกคันเสียหลักไถลเข้าชนซ้ำ และเห็นพลทหาร 2 นายตกลงมาจากรถ

ขณะที่ นายชาญ ช้างมาก อายุ 46 ปี คนขับรถตู้ทึบ เปิดเผยว่า ตนกำลังขับรถจาก จ.จันทบุรี มุ่งหน้าไปทำงานที่ จ.ระยอง เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ พบรถกระบะจอดชะลอเพื่อรอเลี้ยวเข้าค่ายทหาร คาดว่ารถทหารที่ขับตามหลังมาอาจเบรกกะทันหัน ทำให้เสียหลักพุ่งชนรถกระบะ ก่อนกระเด็นมาชนรถตู้ทึบของตน และไถลตกลงข้างทาง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุ โดยคาดว่าปัจจัยสำคัญอาจมาจากสภาพถนนลื่นจากฝนตก ประกอบกับการควบคุมรถในช่วงทัศนวิสัยไม่ดี
เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนในช่วงฤดูฝน ควรเพิ่มความระมัดระวัง ลดความเร็ว เว้นระยะห่างจากรถคันหน้า และตรวจสอบสภาพรถให้พร้อม เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลา

