ชาวบ้านเล่านิสัยแท้จริง เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น

พี่สาวแท้ ๆ ของหลวงพ่ออดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น เดินทางมารอพบพระน้องชายด้วยความเป็นห่วง หลังทราบข่าวข้อพิพาทเรื่องที่ดินกับกลุ่มทายาทเจ้าของที่ดินกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง พร้อมอยากให้พระน้องชายปล่อยวางและให้คนอื่นเข้ามาเป็นกำลังหลักในการต่อสู้คดี เนื่องจากมีอายุมากและมีโรคประจำตัว ขณะที่หลวงพ่อยืนยันไม่ต้องเป็นห่วง ระบุระมัดระวังตัวอย่างดี ไม่หวั่นถูกทำร้าย แต่กังวลเรื่องการถูกแบล็กเมลจนเสื่อมเสียชื่อเสียง

May be an image of one or more people

ที่วัดป่าอดุลยาราม ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น นางนัดดา ชีนะเภท อายุ 78 ปี พี่สาวแท้ ๆ ของหลวงพ่ออดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม พร้อมด้วย นายเรียง ชีนะเภท อายุ 78 ปี สามี เดินทางมารอพบพระน้องชายบริเวณหน้ากุฏิเจ้าอาวาส หลังทราบข่าวข้อพิพาทเรื่องที่ดินของวัดกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง

ขณะเดินทางมาถึง หลวงพ่ออยู่ระหว่างเดินทางไปเข้ารับการฟอกไตตามนัดที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น ทำให้นางนัดดานั่งรออยู่บริเวณหน้ากุฏิ โดยมีสีหน้าเป็นกังวลและแสดงความห่วงใยทั้งเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยของพระน้องชาย

นางนัดดาเปิดเผยว่า ตนเป็นพี่สาวของหลวงพ่อ โดยบิดาและมารดามีบุตรรวมทั้งหมด 15 คน หลวงพ่อเป็นบุตรคนที่ 10 ก่อนบวชมีชื่อว่า นายสุภัต โพธิ์นาง และบวชเป็นพระมาตั้งแต่เรียนจบสายอาชีพ หลังจากนั้นก็ครองสมณเพศมาโดยตลอด โดยตนมีโอกาสเดินทางมาเยี่ยมพระน้องชายเป็นครั้งคราว และหลวงพ่อก็เคยรับกิจนิมนต์ไปฉันภัตตาหารเพลที่บ้านใน ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น

สำหรับข้อพิพาทเรื่องที่ดิน นางนัดดาระบุว่า รับรู้เรื่องมาตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ที่มีการฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาล แต่ไม่คิดว่าเรื่องดังกล่าวจะกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง สาเหตุที่เดินทางมาที่วัดในครั้งนี้ เนื่องจากเห็นข่าวทางโทรทัศน์ว่ามีเหตุการณ์ไม่สงบเกิดขึ้นกับพระน้องชาย จึงให้สามีพาเดินทางมาเยี่ยม เพราะเป็นห่วงความปลอดภัยอย่างมาก

นางนัดดากล่าวว่า หากเป็นไปได้ อยากให้หลวงพ่อปล่อยวางเรื่องข้อพิพาทของวัด และให้คนอื่นเข้ามาเป็นกำลังหลักในการต่อสู้คดีแทน เพื่อให้หลวงพ่อได้ลดภาระ เนื่องจากปัจจุบันมีอายุมากแล้วและยังมีโรคประจำตัว อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจทั้งหมดขึ้นอยู่กับหลวงพ่อว่าจะดำเนินการอย่างไร

นางนัดดายอมรับว่า ก่อนหน้านี้เคยพูดกับพระน้องชายในลักษณะเดียวกัน แต่หลวงพ่อยังยืนยันว่า ต้องการอยู่ดูแลวัดแห่งนี้ต่อไป เพื่อให้เป็นสถานที่ที่ชาวบ้านสามารถเข้ามาพึ่งพาอาศัยได้

ขณะที่ชาวบ้านที่เดินทางมาปฏิบัติธรรมที่วัดเป็นประจำ เปิดเผยว่า หลวงพ่อเป็นพระที่มีจิตใจเมตตา และมักช่วยเหลือชาวบ้านที่เข้ามาขอพึ่งพา เมื่อเกิดข้อพิพาทขึ้นจึงรู้สึกเป็นห่วงเช่นกัน ชาวบ้านระบุว่า หลวงพ่อมักบอกกับญาติโยมว่าไม่ต้องกังวล เพราะที่ดินที่ใช้สร้างวัดได้รับมอบจากเจ้าของที่ดินอย่างถูกต้อง