คดีพลิก ที่แท้ซากสัตว์ในกระเป๋าไม่ใช่หมา พร้อมสาเหตุเอามาทิ้ง

ชัดเจนแล้ว ซากสัตว์ตายในกระเป๋าเดินทาง ถูกทิ้งกลางหมู่บ้านที่แท้ไม่ใช่หมา พร้อมสาเหตุเอามาทิ้ง ชี้ไม่มีการทำร้ายแน่นอน

จากกรณีที่พลเมืองดีพบกระเป๋าเดินทางสีดำปริศนา ถูกนำมาวางทิ้งไว้บริเวณข้างบ้านภายในซอยหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี และเมื่อตรวจสอบพบซากสัตว์ลักษณะคล้ายสุนัขอยู่ภายใน สร้างความสงสัยและความกังวลให้กับผู้ที่พบเห็น

คดีพลิก ที่แท้ซากสัตว์ในกระเป๋าไม่ใช่หมา พร้อมสาเหตุเอามาทิ้ง

ต่อมา นางสาวรัตติยา เตียวตระกูล รองประธานมูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง เพื่อแจ้งลงบันทึกประจำวัน ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าซากสัตว์ดังกล่าวมีการถูกทำร้ายหรือมีอวัยวะสูญหายหรือไม่

ล่าสุด นายกันธนวัฒน์ ณปภัชพงษ์ อายุ 42 ปี เจ้าของโกดังที่เกี่ยวข้อง ได้ออกมาชี้แจงว่า ซากสัตว์ที่พบไม่ใช่สุนัข แต่เป็น “แมว” โดยระบุว่าในวันเกิดเหตุตนไม่ได้อยู่ในพื้นที่ ทราบเรื่องจากลูกชายซึ่งได้กลิ่นเหม็นคล้ายซากสัตว์เน่า จึงออกไปตรวจสอบและพบซากแมวอยู่บริเวณใต้ต้นกล้วย

คดีพลิก ที่แท้ซากสัตว์ในกระเป๋าไม่ใช่หมา พร้อมสาเหตุเอามาทิ้ง

เมื่อจำเป็นต้องนำซากไปทิ้ง ลูกชายได้พยายามหาถุงใส่ แต่ไม่พบขนาดที่เหมาะสม เนื่องจากแมวมีขนาดค่อนข้างใหญ่ จึงนำกระเป๋าเดินทางเก่าที่เตรียมจะทิ้งมาใช้บรรจุซาก ก่อนนำไปทิ้งยังถังขยะตามปกติ

เจ้าของโกดังยืนยันว่า ไม่มีการทำร้ายสัตว์แต่อย่างใด โดยแมวดังกล่าวเสียชีวิตมาก่อนแล้ว และไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นแมวของโกดังหรือไม่ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีการเลี้ยงแมวหลายตัว อีกทั้งมักพบเหตุแมวจับหนูเป็นประจำ อย่างไรก็ตาม สาเหตุการตายไม่สามารถระบุได้ชัดเจน และไม่พบบาดแผล เนื่องจากตนไม่ได้เป็นผู้จัดการซากด้วยตนเอง