ตร.ไซเบอร์รวบอินฟลูสายแซ่บชื่อดัง ศาลฟันจำคุก 8 เดือน

สืบเนื่องจาก พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดกวดขันจับกุม ความผิดที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ในทุกมิติ ตามนโยบายของ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. โดยเฉพาะเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามจำนวนมากที่มีพฤติกรรมทำคอนเทนต์แฝงโฆษณาเว็บไซต์พนันออนไลน์ ซึ่งเป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีโดยเฉพาะต่อเด็กและเยาวชน

กระทั่ง พ.ต.อ.กฤติน ตปสีโล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.1 ได้ส่งชุดสืบสวน ทำการตรวจสอบ จนพบการกระทำความผิดของบัญชีเฟซบุ๊กบัญชีหนึ่ง มีพฤติกรรมโพสต์วิดีโอคลิปหรือภาพแต่งกายแนวเซ็กซี่ของตนเองบนสตอรี่ พร้อมแนบลิงก์เข้าสู่เว็บไซต์พนันออนไลน์เพื่อโฆษณาชักชวนให้ผู้ที่เห็นสตอรี่ดังกล่าวเกิดความสนใจเข้าเล่นการพนันทายผลฟุตบอลโลกในห้วงการแข่งขันฟุตบอลโลกที่เพิ่งผ่านมา อย่างเปิดเผยและไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย

ต่อมา พ.ต.ท.อคร กล่อมกูล รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.1, พ.ต.ต.ฤทธิไกร ขุนท้าวเทียม, และ พ.ต.ต.เมธัส ปัทมังสังข์ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.1 ได้ร่วมกันสืบสวนจนทราบตัว เจ้าของเฟซบุ๊กที่โพสต์คอนเทนต์ดังกล่าว คือ น.ส.สุธิดา หรือ มะปราง อายุ 23 ปี อินฟลูเอนเซอร์สายเซ็กซี่ ซึ่งมีผู้ติดตามเฟซบุ๊กกว่า 4 หมื่นคน และผู้ติดตามอินสตาแกรมกว่า 2.4 แสนคน จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน บก.สอท.1 จนนำมาสู่การออกหมายเรียกผู้ต้องหา

โดยเมื่อวานนี้ (13 ส.ค.69) น.ส.สุธิดา หรือ มะปราง ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.สอท.1 ตามหมายเรียกผู้ต้องหา เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ณ ที่ทำการ บก.สอท.1 ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคาร B ชั้นที่ 4 เบื้องต้นเจ้าตัวรับสารภาพว่าตนเองได้กระทำความผิดตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ทำการสืบสวนพบจริง โดยจำเป็นต้องรับโพสต์คอนเทนต์แปะลิงก์เว็บไซต์พนันออนไลน์เนื่องจากมีความจำเป็นเร่งด่วนต้องใช้เงิน จึงได้ตัดสินใจรับทำเพื่อรับเงินจากผู้ที่ติดต่อว่าจ้างผ่านเฟซบุ๊กของตนเอง

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหาในความผิดฐาน “ประกาศหรือโฆษณาชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อม ให้บุคคลอื่นเข้าเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน” ควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกระบวนการของกฎหมาย

โดยล่าสุด ศาลแขวงดอนเมือง ได้มีคำพิพากษา น.ส.สุธิดาฯ หรือ มะปราง ให้ลงโทษ จำคุก 8 เดือน ต่อมาจำเลย รับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงเหลือโทษจำคุก 4 เดือน เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขัง 4 เดือน