หนักเหมือนกัน เปิดผลตรวจร่างกาย “ส.ต.อ.นำทัพ” หลังถูกวินจยย.ถีบ

เปิดผลตรวจร่างกาย “ส.ต.อ.นำทัพ” หนักเหมือนกัน หลังถูกวินถีบ ด้าน “เอกภพ” ชี้หากไม่มีอาวุธอาจถูกทำร้ายหนักกว่านี้

จากกรณี “ส.ต.อ.นำทัพ” ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงกลุ่มวินจักรยานยนต์รับจ้างบริเวณปากซอยประชาสงเคราะห์ ย่านห้วยขวาง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บอีก 1 ราย กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมยังคงถกเถียงกันอย่างต่อเนื่อง โดยมีทั้งฝ่ายที่มองว่าเป็นการป้องกันตัวจากการถูกรุมทำร้าย ขณะที่อีกด้านตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของการใช้อาวุธปืนยิงหลายนัด ว่าอาจเข้าข่ายใช้กำลังเกินกว่าเหตุหรือไม่

หนักเหมือนกัน เปิดผลตรวจร่างกาย "ส.ต.อ.นำทัพ" หลังถูกวินจยย.ถีบ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 69 รายการโหนกระแส ได้เชิญ “คุณแต” ภรรยาของนายชรินทร์ หรือ “บอล” วินจักรยานยนต์รับจ้างที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว มาร่วมพูดคุยถึงความรู้สึกและข้อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับครอบครัว หลังถูกกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

หนักเหมือนกัน เปิดผลตรวจร่างกาย "ส.ต.อ.นำทัพ" หลังถูกวินจยย.ถีบ

คุณแตเปิดเผยว่า ได้เข้าปรึกษา นายชณทัต ปัทะมะภูวดล ผู้ก่อตั้งเพจ “ชณทัต ลุยครับ” เพื่อขอความช่วยเหลือทางด้านกฎหมาย ขณะที่ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ จากเพจ “สายไหมต้องรอด” ซึ่งก่อนหน้านี้เคยรับปากจะส่งทนายเข้าช่วยเหลือฝั่ง ตชด. รวมถึง ทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ ก็ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในประเด็นดังกล่าวด้วย

ช่วงหนึ่งของรายการ นายชณทัตได้แสดงความคิดเห็นในมุมกฎหมายว่า แม้ผู้ก่อเหตุจะถูกทำร้ายก่อน แต่กฎหมายกำหนดให้การป้องกันตัวต้องอยู่ในขอบเขตที่สมควรแก่เหตุ ไม่ใช่ตอบโต้ด้วยการใช้อาวุธยิงต่อเนื่องจนหมดแม็กกาซีน พร้อมยกตัวอย่างว่า หากถูกทำร้ายเพียงครั้งเดียวก็ไม่สามารถใช้อาวุธยิงอีกฝ่ายจนเสียชีวิตได้

หนักเหมือนกัน เปิดผลตรวจร่างกาย "ส.ต.อ.นำทัพ" หลังถูกวินจยย.ถีบ

นายชณทัตมองว่า เหตุการณ์อาจเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ และหาก ส.ต.อ.นำทัพ แสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมสั่งให้หยุดตั้งแต่แรก เหตุการณ์อาจไม่บานปลายถึงขั้นสูญเสีย นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตเรื่องการดื่มแอลกอฮอล์ โดยอ้างข้อมูลจากบุคคลหนึ่งที่ระบุว่า วินจักรยานยนต์บางรายได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากตัวผู้ก่อเหตุ และก่อนเกิดเหตุยังมีปัญหาทะเลาะกับแฟนสาว ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาพอารมณ์ในขณะนั้น

หนักเหมือนกัน เปิดผลตรวจร่างกาย "ส.ต.อ.นำทัพ" หลังถูกวินจยย.ถีบ

เขายังตั้งคำถามว่า พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานจากร้านอาหารหรือพยานแวดล้อมต่าง ๆ ครบถ้วนแล้วหรือไม่ พร้อมเผยว่าขณะนี้ครอบครัวผู้เสียชีวิตอยู่ในภาวะเครียดอย่างหนัก

ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ จากเพจสายไหมต้องรอด กลับมีมุมมองที่แตกต่างออกไป โดยระบุว่าหลังจากได้ฟังคลิปเสียงในวันเกิดเหตุ คำพูดที่ว่า “เปิดก่อนเลย เดี๋ยวตาม” สะท้อนถึงเจตนาที่จะเข้ารุมทำร้ายอย่างชัดเจน

นายเอกภพยังตั้งข้อสังเกตว่า หลังจากมีการถีบครั้งแรกแล้ว เหตุใดคนที่อยู่ในเหตุการณ์จึงไม่ช่วยกันห้าม แต่กลับมีผู้เข้าไปเตะซ้ำบริเวณใบหน้า แม้ผู้ก่อเหตุจะหลบจนโดนเพียงบริเวณไหล่ก็ตาม

นอกจากนี้ จากการพูดคุยกับบิดาของ ส.ต.อ.นำทัพ ยังพบว่าผู้ก่อเหตุมีรอยฟกช้ำบริเวณหน้าอกและหัวไหล่ และได้เข้ารับการตรวจร่างกายแล้ว

ซึ่งนายเอกภพมองว่าพฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายการข่มเหงรังแกอย่างรุนแรง และอาจเป็นปัจจัยที่นำไปสู่การบันดาลโทสะได้ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากวันนั้น ส.ต.อ.นำทัพ ไม่มีอาวุธปืนติดตัว เขาอาจตกเป็นฝ่ายถูกทำร้ายจนได้รับอันตรายหนักกว่านี้

ส่วนประเด็นเรื่องการมึนเมาที่นายชณทัตตั้งข้อสงสัยนั้น นายเอกภพแสดงความเห็นแย้งว่า ผู้ก่อเหตุน่าจะไม่ได้อยู่ในอาการเมาสุรา เพราะหลังถูกถีบจนล้มลง เขายังสามารถลุกขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมของคนที่อยู่ในอาการมึนเมา

พร้อมกันนี้ยังชี้ให้เห็นจากคลิปวิดีโอว่า หลังเกิดการปะทะและผู้ก่อเหตุกำลังวิ่งหนี กลุ่มวินจักรยานยนต์ยังคงวิ่งติดตามไปอีกระยะหนึ่ง ซึ่งเขามองว่าหากไม่มีการไล่ตาม เหตุการณ์ทั้งหมดอาจไม่จบลงด้วยความสูญเสียเช่นนี้