เปิดความสัมพันธ์ ทิดโชติ กับ สีกาเอ๋ เริ่มต้นเมื่อไหร่ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เผยเบื้องลึกการสืบสวนอาจมีสีกามากกว่า 1 คน พัวพัน!
ฉาวสะเทือนวงการผ้าเหลืองเมืองไทย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นำกำลังเข้าจับกุม พระวชิรญาณ หรือ หลวงพ่ออติโชติ อายุ 66 ปี เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง ตำบลสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ต้นตำรับเหรียญเหนือดวงองค์พ่อจตุคาม พร้อม สีกาเอ๋ น.ส.ปุณยวีร์ฯ อายุ 47 ปี สีกาคนสนิทเจ้าอาวาส หลังพบพฤติกรรมของเจ้าอาวาสที่มีการเบียดบังเงินวัดเป็นของตน และมีการนำเงินไปมอบให้กับสีกาคนสนิทเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพและอำพรางในชื่อของบุคคลอื่น มูลค่าความเสียหายกว่า 92 ล้านบาท โดย ได้จับสึกเรียบร้อยแล้ว กลายเป็น ทิดโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์

โดย นายอติโชติฯ ถูกจับคาวัดพุทไธศวรรย์ ตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ที่ 29/2569 ลงวันที่ 8 ก.ย.69 ในข้อหา “เป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ฯ, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ/ละเว้นหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตฯ, เป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติ/ละเว้นโดยมิชอบ และสมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน”

และ น.ส.ปุณยวีร์ฯ ถูกจับกุมตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ที่ 30/2569 ลงวันที่ 8 ก.ย.69 ในข้อหา “สนับสนุนเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ฯ, สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติ/ละเว้นหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตฯ, สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติ/ละเว้นโดยมิชอบ และสมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน”
ทั้งนี้ในส่วนของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้สัมภาษณ์ในรายการโหนกระแส เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับคดีกับการจับกุมสมีโชติ อดีตเจ้าวาสวัดพุทไธศวรรย์ว่า จุดเริ่มต้นมาจากมีกลุ่มลูกศิษย์ของสมีโชติ ที่ทนเห็นพฤติกรรมไม่ไหว จึงส่งเรื่องร้องเรียน และคลิปเสพเมถุน มาให้ตำรวจสอบสวนกลาง จนนำไปสู่การสืบสวนขยายผล 2 เดือน และพบว่ามีการเบียดบังทรัพย์สินวัด
- สมีโชติ เลียนแบบวัดพระบาทน้ำพุ จดตั้งมูลนิธิ อมเงินวัตถุมงคล
โดยพบพฤติการณ์ว่า สมีโชติ มีพฤติกรรมยักยอกเงินจากการจำหน่ายวัตถุมงคล ไม่ได้นำเงินเข้าวัด แต่ใช้วิธีการลอกเลียนแบบวัดพระบาทน้ำพุ คือการไปจดจัดตั้งมูลนิธิ เพื่อโยกย้ายเงินเข้าส่วนตัว แต่ออกใบอนุโมทนาบัตรเป็นชื่อวัด ซึ่งการจดตั้งมูลนิธิเพิ่งดำเนินการได้ไม่นานมานี้เอง

ส่วนสีกาเอ๋ ในคลิป พบว่ารู้จักกับสมีโชติ มาตั้งแต่ปี 2567 หรือเมื่อ 2 ปีก่อน ตอนนี้พบความเสียหายเพิ่มขึ้นเป็น 100 ล้าน โดยมีทรัพย์สินบางส่วนไปอยู่ที่ฝ่ายหญิง

ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยอีกว่า จากแนวทางการสืบสวน ตอนนี้พบว่ามีบุคคลที่มีความเชื่อมโยงอีกประมาณ 2-3 คน และอาจมีสีกามากกว่า 1 คน เข้ามาพัวพันด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน และดำเนินการต่อไป
