อาการ “ปัสสาวะมีฟองมาก” เป็นสิ่งที่ควรสังเกตและไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติภายในร่างกาย โดยสาเหตุสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ดังนี้ครับ

1. สัญญาณเตือนของโรค (ที่ต้องเฝ้าระวัง) ฟองที่เกิดจากภาวะเหล่านี้มักจะมีลักษณะคล้ายฟองเบียร์หรือฟองสบู่ และไม่ค่อยยุบตัวลงง่ายๆ: ภาวะโปรตีนรั่วในปัสสาวะ:
ถือเป็นสาเหตุที่สำคัญที่สุด เกิดจากการที่ไตทำงานผิดปกติจนไม่สามารถกรองโปรตีนเก็บไว้ในร่างกายได้ ทำให้โปรตีนหลุดรอดออกมากับปัสสาวะ โรคไต: ปัสสาวะมีฟองมักเป็นอาการหนึ่งของโรคไตเรื้อรังหรือหน่วยไตอักเสบ ซึ่งหากไตเสียหายมากจะส่งผลให้การขับของเสียและกรองสารต่างๆ บกพร่อง โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง:
ทั้งสองโรคนี้เป็นสาเหตุหลักที่ทำลายหลอดเลือดในไต ส่งผลให้ไตเสื่อมและเกิดภาวะโปรตีนรั่วตามมา การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ: มักมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะขุ่น หรือมีกลิ่นผิดปกติ ภาวะอื่นๆ: เช่น ต่อมลูกหมากอักเสบ หรือการหลั่งอสุจิย้อนทางในผู้ชาย

2. สาเหตุจากปัจจัยทั่วไป (ที่ไม่ใช่โรค) ในบางครั้งฟองอาจเกิดจากปัจจัยชั่วคราวหรือพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน: ภาวะขาดน้ำ: เมื่อดื่มน้ำน้อย ปัสสาวะจะมีความเข้มข้นสูง ทำให้เกิดฟองได้ง่าย พฤติกรรมการกิน: การรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงมากเกินไป หรือการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ สารเคมี: ฟองอาจเกิดจากสารทำความสะอาดในโถส้วมทำปฏิกิริยากับปัสสาวะ เมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์? หากคุณพบว่ามีฟองในปัสสาวะต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน หรือมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด: มีอาการบวม: เช่น หนังตาบวม ขาบวม หรือเท้าบวม กดแล้วบุ๋ม ปัสสาวะผิดปกติ:
เช่น ปัสสาวะบ่อยขึ้น ปัสสาวะขุ่น หรือมีเลือดปน อาการทางกายอื่นๆ:

เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย เวียนหัว หรือมีความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ มีประวัติครอบครัว:
หากคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคไต โรคเบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง ควรหมั่นตรวจเช็คสุขภาพเป็นประจำครับ คำแนะนำเบื้องต้น: ลองปรับพฤติกรรมโดยการดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอในแต่ละวัน และสังเกตอาการดูอีกครั้ง หากฟองยังไม่หายไปหรือมีความกังวล แนะนำให้ไปตรวจปัสสาวะ (Urinalysis) ที่โรงพยาบาล ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและชัดเจนที่สุดในการเช็คว่ามีโปรตีนรั่วหรือไม่ครับ คุณมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วยไหมครับ เช่น อาการบวมหรือปัสสาวะแสบขัด?
