ราชกิจจาฯ โอนอำนาจ รมต. เป็นของนายกฯ หลังประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ โอนอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีบางส่วนตามกฎหมายมาเป็นของนายกรัฐมนตรี เพื่อใช้บริหารและแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ เรื่อง การกำหนดอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีตามกฎหมายให้เป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ภายหลังมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เพื่อให้การสั่งการและการแก้ไขสถานการณ์เป็นไปอย่างมีเอกภาพ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2569 เป็นต้นไป

ราชกิจจาฯ โอนอำนาจ รมต. เป็นของนายกฯ หลังประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

ราชกิจจาฯ โอนอำนาจ รมต. เป็นของนายกฯ หลังประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

ราชกิจจาฯ โอนอำนาจ รมต. เป็นของนายกฯ หลังประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

ราชกิจจาฯ โอนอำนาจ รมต. เป็นของนายกฯ หลังประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ เรื่อง การกำหนดอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีตามกฎหมายเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี

ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ลงวันที่ ๑๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๙ และมีประกาศ เรื่อง การให้ประกาศที่คณะรัฐมนตรีกำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงยังคงมีผลใช้บังคับ ลงวันที่ ๑๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้ว นั้น

เพื่อให้การสั่งการและการแก้ไขสถานการณ์เป็นไปโดยมีเอกภาพ รวดเร็ว มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ วรรคสอง และวรรคหก แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ให้บรรดาอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงตามกฎหมายโอนมาเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการอนุญาต อนุมัติ สั่งการ บังคับบัญชา หรือช่วยในการป้องกันแก้ไข ปราบปราม ระงับยับยั้งในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือฟื้นฟูช่วยเหลือประชาชนในเขตท้องที่ที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ดังต่อไปนี้

(๑) พระราชบัญญัติการเนรเทศ พ.ศ. ๒๔๙๙
(๒) พระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗
(๓) พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒
(๔) พระราชบัญญัติควบคุมโภคภัณฑ์ พ.ศ. ๒๔๙๕
(๕) พระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๓๐
(๖) พระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖
(๗) พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. ๒๕๕๐
(๘) พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐
(๙) พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕
(๑๐) พระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๖
(๑๑) พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐
(๑๒) ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เฉพาะบทบัญญัติที่เกี่ยวกับมูลนิธิและสมาคม
(๑๓) ประมวลกฎหมายยาเสพติด เฉพาะบทบัญญัติในภาค ๑ การป้องกัน ปราบปรามและควบคุมยาเสพติด
(๑๔) ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เฉพาะบทบัญญัติที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจสืบสวนและสอบสวน และการใช้อำนาจของพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ

ทั้งนี้ ให้รวมถึงกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายดังกล่าวข้างต้นด้วย

ข้อ ๒ ให้รองนายกรัฐมนตรีผู้กำกับการปฏิบัติงานตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีตามมาตรา ๗ วรรคหก แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ใช้อำนาจตามประกาศนี้แทนนายกรัฐมนตรี และในกรณีที่มีความจำเป็นต้องกำหนดอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีตามกฎหมายเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีเพิ่มเติม ให้รองนายกรัฐมนตรีผู้กำกับการปฏิบัติงานตามประกาศถานการณ์ฉุกเฉินเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๒๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๙ เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๙

อนุทิน ชาญวีรกูล
นายกรัฐมนตรี

ราชกิจจาฯ โอนอำนาจ รมต. เป็นของนายกฯ หลังประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

ราชกิจจาฯ โอนอำนาจ รมต. เป็นของนายกฯ หลังประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

ราชกิจจาฯ โอนอำนาจ รมต. เป็นของนายกฯ หลังประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน