กลาโหม เผยสถานะล่าสุด ปมสะพัดติดยศ ว่าที่พันโท บุ๋ม ปนัดดา

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 มีรายงานว่ากระทรวงกลาโหม ได้ชี้แจงกรณีสถานะการเป็นกำลังพลสำรองของ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ บุ๋ม ปนัดด ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกงประชาชน โดยระบุว่า ปัจจุบันบุ๋ม ปนัดดา ยังมีสถานะเป็นกำลังพลสำรอง แต่ยังไม่ถือว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนตามขั้นตอนการแต่งตั้งยศ เนื่องจากยังไม่ได้เข้ารับการฝึกตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

แหล่งข่าวอธิบายว่า การเป็นกำลังพลสำรองมีลักษณะใกล้เคียงกับผู้ที่ผ่านการศึกษาวิชาทหาร (รด.) หรือผู้ที่ปลดจากกองประจำการแล้ว โดยบุคคลกลุ่มนี้จะถูกเรียกเข้ารับราชการหรือระดมพลเมื่อมีคำสั่งตามกฎหมายเท่านั้น หากไม่มีการเรียกพล ก็ถือเป็นพลเรือนทั่วไป ดังนั้น หากบุคคลดังกล่าวกระทำความผิดส่วนตัว ย่อมต้องพิจารณาในฐานะพลเรือน ไม่เกี่ยวข้องกับสถานะกำลังพลสำรองโดยตรง เช่นเดียวกับกรณีบุคคลที่มียศว่าที่ร้อยตรีและตกเป็นข่าวเกี่ยวกับคดีต่าง ๆ รวมถึงกรณี นุช มั่วบ้านงาน ซึ่งมีสถานะเป็นกำลังพลสำรองเช่นกัน

ส่วนความคืบหน้าเกี่ยวกับการแต่งตั้งยศว่าที่พันโทของบุ๋ม ปนัดดา แหล่งข่าวระบุว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ เนื่องจากเจ้าตัวยังมีคุณสมบัติไม่ครบตามหลักเกณฑ์ โดยจะต้องเข้ารับการฝึกสำหรับกำลังพลสำรองในระดับสัญญาบัตรให้เรียบร้อยก่อน จึงจะสามารถดำเนินการแต่งตั้งยศได้ ซึ่งนอกจากการฝึกแล้ว ยังมีขั้นตอนอื่น ๆ ที่ต้องผ่านตามระเบียบด้วย

แหล่งข่าวย้ำว่า แม้จะมีอัตราที่สามารถแต่งตั้งเป็นว่าที่พันโทได้ แต่สถานะปัจจุบันของบุ๋ม ปนัดดา ยังคงเป็นเพียงกำลังพลสำรองทั่วไป ยังไม่ได้รับการแต่งตั้งยศอย่างเป็นทางการ และยังไม่สามารถแต่งเครื่องแบบในฐานะนายทหารสัญญาบัตรได้

สำหรับกรณีที่บุ๋ม ปนัดดา ถูกดำเนินคดี แหล่งข่าวระบุว่า ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยหากเป็นความผิดส่วนตัวและไม่ได้สร้างความเสื่อมเสียให้แก่กองทัพ เช่น การนำสถานะกำลังพลสำรองไปกล่าวอ้างเพื่อแสวงหาประโยชน์ ก็ต้องแยกพิจารณาจากสถานะทางทหาร เนื่องจากกรณีที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัวและเกี่ยวข้องกับครอบครัว

นอกจากนี้ แหล่งข่าวยังยืนยันว่า ชื่อของบุ๋ม ปนัดดา ยังคงอยู่ในบัญชีกำลังพลสำรอง หลังจากสมัครเข้าร่วมโครงการเปิดรับบุคคลพลเรือนที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ก่อนผ่านกระบวนการคัดเลือกและได้รับการบรรจุเป็นกำลังพลสำรองตามขั้นตอนแล้ว อย่างไรก็ตาม การจะได้รับการแต่งตั้งยศจำเป็นต้องเข้ารับการฝึกและผ่านหลักเกณฑ์ที่กำหนด หากยังไม่ผ่านกระบวนการดังกล่าว ก็จะยังคงมีสถานะเป็นกำลังพลสำรองที่ไม่สมบูรณ์ และไม่สามารถแต่งเครื่องแบบหรือได้รับการแต่งตั้งยศตามที่กำหนดได้